2. สภาพพื้นเดิม :: หากสภาพพื้นเดิมของลูกค้ามีความเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อ มีรอยแตกร้าว หรือ ปูนยุ่ยทางทีมงานจะมีการปรับพื้นก่อน ซึ่งวัสดุที่เราใช้ในการปรับพื้นนั้นก็คือ “เคมี”  หรือ Epoxy Mortar เพื่อให้ความแข็งแรงกับพื้นเดิมและสามารถทำอีพ็อกซี่ต่อได้ทันที (เนื่องจากเป็นเคมีไม่ได้มีส่วนผสมของน้ำจึงไม่มีความชื้นที่ต้องรอระเหย) ลูกค้าบางรายอาจจะต้องการลดต้นทุนตรงนี้ ก็จะแนะนำให้ปรับด้วยปูนซึ่งการปรับด้วยปูนนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการให้ความชื้นในปูนหมดไปก่อน โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 28วันขึ้นไป ทางเราจะใช้เครื่องวัดความชื้น “ตัวอย่างอุปกรณ์วัดความชื้น” เพื่อเช็คไม่ให้ความชื้นเกินค่ามาตรฐานในการติดตั้งอีพ็อกซี่ก่อนเข้างาน เพราะฉะนั้น วิธีการลดระยะเวลาในการดำเนินการ การปรับพื้นด้วยเคมีจึงเป็นวิธีการแก้ปันหาด้วยระยะเวลาที่สั้นขึ้นแต่ก็เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายเข้าไปเช่นกัน

 

ตัวอย่างจากรูปด้านล่างจะเห็นได้ว่ามีชั้น Epoxy Mortar เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชั้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของพื้น และใช้ในการปรับพื้นที่เป็นหลุมเป็นบ่อให้เรียบก่อนลง Epoxy Putty ในขั้นตอนต่อไป

 

ในแต่ละชั้นนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องดูที่สเปคที่ลูกค้าต้องการนำไปใช้งานเป็นหลัก ทางเราจึงจะให้ทีมงานเป็นผู้แนะนำเพื่อให้ได้พื้นที่ดีและแข็งแรงเหมาะสมกับสภาพการใช้งานและไม่สิ้นเปลืองราคาอีกด้วย

สรุป :: ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำพื้นอีพ็อกซี่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปสำรวจหน้างานก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมิณและทำใบเสนอราคาให้ลูกค้า จะทำให้ลูกค้าได้ราคาที่แน่นอน จะไม่มีการเรียกเก็บยิบเก็บย่อยเพิ่มเติม หรือ หากพบปันหาตั้งแต่วันไปตรวจเช็คหน้างานจะมีการแจ้งเป็นรายลักษณ์อักษรแก่ลูกค้าเสมอ ซึ่งการทำงานจะเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องและชัดเจน มีการรายงานปันหา ถ่ายรูปและขั้นตอนการทำงานให้กับลูกค้าเป็น record เก็บไว้เสมอ​

ลูกค้าหลายคนสงสัยว่าการทำอีพ็อกซี่นั้นทำไมราคาจึงแตกต่างกัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้ราคาในตลาดถึงแตกต่าง
โดยหลักๆแล้วราคาของการทำพื้นอีพ็อกซี่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น


1. ความหนาของอีพ็อกซี่ :: ซึ่งความหนานี้ขึ้นอยู่กับสเป็คของงาน และ การใช้งานของพื้นที่บริเวณนั้น ๆ แน่นอนว่ายิ่งมีความหนาก็ย่อมยิ่งรองรับแรงกดทับแรงกระแทก หรือ แรงเสียดได้ดีกว่า 
ตัวอย่าง 


การทำอีพ็อกซี่สำหรับทางเดิน :: ทางเดินนั้นไม่ได้รับน้ำหนักมาก จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้อีพ็อกซี่ที่หนา ก็จะลดค่าใช้จ่ายลงไปได้อีก (แนะนำเป็นพื้น Epoxy Coating)


การทำอีพ็อกซี่สำหรับทางรถวิ่ง (โฟลค์ลิฟท์) :: แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้อีพ็อกซี่ที่มีความหนาเพียงพอเพื่อรองรับนับหนักและแรงกดทับ จะยืดอายุการใช้งานของอีพ็อกซี่ไปได้อีก (แนะนำเป็นพื้น Epoxy Self-Leveling)


โดยที่ทางเราจะใช้อุปกรณ์สำหรับวัดความหนาพื้นอีพ็อกซี่เพื่อตัวตรวจเช็คว่าพื้นอีพ็อกซี่ที่ลูกค้ากำหนดสเป็คมาเป็นไปตามที่ต้องการจริง “ตัวอย่างอุปกรณ์วัดความหนา” 


ตัวอย่าง
จากรูปด้านล่างจะเห็นข้อเปรียบเทียบของความหนาระหว่างพื้น Epoxy Self Leveling และ Epoxy Coating สามารถปรับได้ตามความต้องการของสเปคลูกค้า โดยความหนาแต่ละชั้นนั้นมีผลกับราคา และ มีผลต่อการรองรับน้ำหนักที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการนำไปใช้งานพื้นบริเวณนั้น ๆ

ราคาอีพ็อกซี่ และ ปัจจัยของราคาที่แตกต่าง

บริษัท อินฟินิตี้ อินโนวาเทค (ไทยแลนด์) จำกัด

บริษัท อินฟินิตี้ อินโนวาเทค ( ไทยแลนด์ ) จำกัด

168/1 หมู่7 ตำบล โคกขาม อำเภอเมือง สมุทรสาคร จังหวัด สมุทรสาคร

Tel  : 085-2989799, 086-9081624

Line ID : j3a8

บริการ

Epoxy Floor System

Waterproof System

Polyrethane System

FRP System

Decorative System

Cold Plastic System

Sport Floor  System

Other

All rights reserved @ 2020  INFINITY INNOVATECH THAILAND

ติดตามเราได้ที่

DESIGN  by

จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google

085-2989799, 086-9081624

บริษัท อินฟินิตี้ อินโนวาเทค (ไทยแลนด์) จำกัด